18 พฤศจิกายน 2018
Home / มนุษย์เงินเดือน / เรื่องเล่าประสบการณ์ ประกันสุขภาพ

เรื่องเล่าประสบการณ์ ประกันสุขภาพ

ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้ขายประกัน(ถึงอยากขายก็เถอะ) เพราะผมไม่ได้สอบ แต่เนื้อหาข้างล่างนี้ค่อนข้างจะออกแนวแนะนำถึงประโยชน์ของประกันสุขภาพที่เคยประสบมากับตัวเอง และครอบครัว เนื้อหาเลยออกไปทางเชียให้คนซื้อประกันนะครับ ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามไปเลยไม่ว่ากัน เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

ประกันสุขภาพ คืออะไร

ประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือมนุษย์เงินเดือนทั่วไป เนื่องด้วยหลายๆคนเห็นว่า ทางบริษัท หรือหน่วยงานราชการที่ตนสังกัดอยู่มี สวัสดิการส่วนนี้อยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจอะไร เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น เพราะเมื่อเราเจ็บป่วยก็สามารถใช้สิทธิได้ เช่น บัตรประกันสังคม(ไปหาหมอทีนานมากเพราะคนใช้ สิทธิเยอะ) สิทธิ์ข้าราชการ ที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาได้

สำหรับคนที่ไม่มีประกันสังคม เช่นพ่อค้า แม่ค้า หรือ ไม่อยากรอคิวนานๆ ก็อยากให้ลองพิจารณา เรื่องของประกันสุขภาพไว้ดู เพราะเมื่อเราเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือต้องนอนโรงพยาบาล เราจะได้รับการดูแล ค่อนข้างดีกว่าคนที่ใช้สิทธิ์ประกันสังคม ซึ่งเราสามารถหาผลตอบแทบของเบี้ยประกันที่เราจะทำได้ จากตัวแทนประกัน แนะนำให้ดูหลายๆเจ้า เนื่องจากเงื่อนไขและผลตอบแทนแตกต่างกันไป

ทำไมต้องทำ แล้วทำไปเพื่อ?

ลองตอบคำถามต่อไปนี้ดูนะครับ

  1. คุณมีรถหรือไม่
  2. คุณทำประกันรถหรือเปล่า
  3. ทำไมต้องทำ
  4. ถ้าเกิดอุบัติเหตุ รถได้ซ่อมแล้วคุณล่ะ
  5. รถ กับตัวเองอะไรสำคัญกว่ากัน

จากข้างต้นการทำประกันรถ กับสุขภาพก็ไม่ต่างกัน ก็เหมือนกับว่าเราจ่ายเบี้ยทิ้งไปเรื่อยๆ โดยถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ เราก็ไม่ได้ใช้เลย แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยกระทันหัน คุณจะทำอย่างไรในเมื่อไม่มีเงิน หรือเงินเก็บที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อค่ารักษาที่เดี๋ยวนี้ แพงมาก คุณอาจคิดว่าไม่เป็นไรหรอก จากค่าเบี้ยแทนที่จะเสียเปล่าไม่ได้ใช้ฉันเก็บเข้าธนาคารไว้ก็ได้ป่วยแล้วค่อยใช้ อย่างนั้นก็ได้ครับ เราลองมาสมมุติ กันเล่นๆ เบี้ยประกัน 2,500 บาท/เดือน เดือนแรกที่คุณเริ่มเก็บ 2,500 บาท เดือนที่ 2 เก็บอีก 2,500 บาท รวมเป็นมีเงิน 5,000 บาท แล้วคุณดันอาหารเป็นพิษอย่างหนัก ท้องเสีย อาเจียร แล้วรีบไปเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เจอค่ารักษาพยาบาลไป 9,000 บาท ครับเงินไม่พอกับที่เก็บต้องควักเพิ่ม

เรื่องเล่าของผม

ผมขอเล่าเรื่องของครอบครัวละกันครับ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.5 พ่อแม่สุขภาพแข็งแรงดี แม่ลาออกจากงานช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ มีการเออรี่พนักงานเลยลาออกเอาเงินก้อน พ่อเป็นข้าราชการรายได้ทั้งครอบครัวมาจากงานราชการของพ่อเพียงคนเดียว เงินเดือนประมาณ 23,000 พอดีเพื่อนแม่ขายประกันอยู่ ก็ตามสไตล์ครับรบเร้าตื้อให้ช่วยซื้อ สุดท้ายแม่ก็ซื้อให้ผม กับพ่อ เบี้ย 20,000 กว่า เป็นประกันชีวิต+สุขภาพ(สมัยนั้นถือว่าแพงมาก) แม่บอกถือว่าเป็นเงินเก็บในส่วนของประกันชีวิต ส่วนสุขภาพก็ทำๆไปงั้น เผื่อผมเจ็บป่วย ช่วงนั้นผมไอ หรือมีไข้นิดหน่อย แม่ลากเข้าโรงพยาบาลเลยครับ (กลัวไม่คุ้ม ฮาๆๆ) แล้ววันที่ไม่คาดคิดก็มาถึง

ประสบการณ์ไม่คาดฝัน

วันนั้นผมพาเพื่อมานอนที่บ้าน(ไปเที่ยวมา เลยมาสลบกันที่บ้านผม) พ่อนอนอยู่แล้วบอกว่าเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้พ่อมีอาการเจ็บหน้าอกหน่อยๆแล้วไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วหมอ บอกว่ากล้ามเนื้อหน้าอกอักเสบ ผมกับเพื่อนแบกพ่ออัดขึ้นมอไซต์อัด 3 โดยมีพ่ออยู่ตรงกลาง เพื่อนประกบอยู่ข้างหลังดิ่งไปโรงพยาบาลทันที สรุปไปถึงพ่อต้องนอนโรงพยาบาล แล้วเข้าห้อง ICU ทันทีเลยครับ

ข่าวร้ายจากคุณหมอ

หมอบอกว่าโรคหัวใจกำเริบ แม่นี่นั่งเครียดเลย ​เพราะเคยไปหาหมอมาแล้ว หมออีกโรงพยาบาลหนึ่งบอกแค่ว่ากล้ามเนื้อที่อกอักเสบ แล้วจะเป็นโรคหัวใจได้ยังไง แล้วถ้าพ่อเป็นอะไรไปจะทำอย่างไร จะหาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย ส่งควายตัวน้อยๆอย่างผมเรียน เอาสิครับถึงกับขั้นคิดว่า พ่อตายแล้ว เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง เบิกได้ข้าราชการซะอย่างสบายใจเรื่องค่ารักษา แต่ในความเป็นจริงการเบิกของข้าราชการเองก็มีข้อจำกัดในบางอย่าง เช่น ต้องเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลรัฐเท่านั้นถึงจะเบิกเต็มได้ และตัวยาบางอย่างจะไม่สามารถเบิกได้เป็นต้น

ค่าใช้จ่าย

เนื่องจากผมพาพ่อเข้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนภายในจังหวัดทำให้ไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้ แต่โชคดีที่เป็นเคสฉุกเฉิน เลยเบิกมาได้ 9,000 บาท ประกันจ่าย 70,000 บาท ส่วนที่เหลือจ่ายเองอีก 30,000 บาท เนื่องด้วยแม่ได้ทำทุนประกันสุขภาพทำไว้ให้พ่อน้อย อยู่ที่ประมาณ 6,000-7,000 บาท/ปี เลยเบิกได้เท่านี้ตาม วงประกันแต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายไว้ได้เยอะ พ่อนอนอยู่ประมาณ 5-6 คืนจนดีขึ้น ก็ได้ค่าชดเชยเวลาที่เสียไปจากการนอนโรงพยาบาล 1,000 บาท/คืน เบ็ดเสร็จค่ารักษาอยู่ที่ประมาณ 100,000 กว่าบาท

เห็นไหมครับว่าคนเราก็มีกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจอย่างเดียว อาจอาหารเป็นพิษ ความดัน เบาหวานต่างๆ ก็ได้ ดังนั้นการทำประกัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือสุขภาพก็เป็นอีกอย่างที่น่าจะพิจารณาไว้

อ้อ…เบี้ยประกันยิ่งอายุเยอะ ยิ่งเพิ่มนะครับควรถ้าพอมีกำลังส่งควรรีบทำตั้งแต่เนิ่นๆนะครับ

ถ้าใครสนใจ อยากรู้รายละเอียด ข้อมูลกรรมธรรม์ และเบี้ยประกันต่างๆ ลองสอบถามข้อมูลจากข้อมูลการติดต่อด้านล่างนี้นะครับ

ติดต่อสอบถาม

คุณเกมส์
เบอร์โทร: 0866332571
Line ID: monchanok.wanjan

About แอมป์

Programmer สาย OpenSource ถนัด WEB และ Mobile ในฝั่ง Apple

Check Also

ไม่ต้องเรียนก็รวยได้

ไม่ต้องเรียนก็รวยได้ จริงหรือ

คนรุ่นใหม่สมัยน …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!