18 พฤศจิกายน 2018
Home / มนุษย์เงินเดือน / ไม่ต้องเรียนก็รวยได้ จริงหรือ

ไม่ต้องเรียนก็รวยได้ จริงหรือ

คนรุ่นใหม่สมัยนี้ จะมีความคิดอีกรูปแบบ ต่างกับคนสมัยก่อนที่ว่า ไม่ต้องเรียนก็รวยได้ เป็นเจ้าของธุรกิจได้ เพราะมีหนังสือ และสื่อต่างๆ คอยประโคมความเชื่อเหล่านี้เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ บิลเกตต์, สตีฟ จ็อบ, มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซึ่งต่างก็เรียนไม่จบระดับมหาวิทยาลัยแทบทั้งสิ้น ทำให้เกิดเป็นความหวังเล็กๆ และข้ออ้างในการที่จะไม่เรียน ของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งมีหนังสือมากมายที่สอนให้รวยแบบง่ายๆ ซึ่งหนังสือพวกนี้ดีจริง สามารถทำได้จริงครับ แต่เมื่อเราอ่านเราก็ต้องวิเคราะห์ด้วยว่า สิ่งที่เค้าเขียนมานั้นสามารถใช้ได้จริงในช่วงนั้นๆไหม แล้วเส้นทางนี้มันถูกจริตกับเราเองแค่ไหน

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือพวกนี้ และก็ต่างชื่นชม บิลเกตต์, สตีฟ จ็อบ, มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เหมือนกับหลายๆคน แต่ในความเห็นส่วนตัวที่ว่าไม่ต้องเรียนก็รวย หรือเป็นเจ้าของธุรกิจได้นั้น ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะครับ เราลองมาวิเคราะห์กันดีกว่า ว่าทำไมบุคคลทั้ง 3 ถึงประสบความสำเร็จกัน

บทวิเคราะห์ความสำเร็จ ของ บิลเกตต์, สตีฟ จ็อบ และ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก

การเรียน

ถ้าบอกว่า ไม่ต้องเรียนก็รวยได้ ในความคิดของผม ผมว่าไม่จริงเพราะทุกอย่างที่ ไอดอลของหลายๆคนได้ทำ ก็คือการเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ และเจาะลึกอย่างจริงจัง ลองคิดดูว่าถ้าทั้ง 3 คนไม่ได้เรียนด้าน ไอทีจะเป็นอย่างไร ก็คงไม่มี Windows, iPhone, facebook ให้เราใช้ แล้วบุคคลเหล่านั้นก็คงจะไม่ร่ำรวยจนถึงทุกวันนี้ อย่างน้อยเค้าก็เรียนจบ ไฮสคูล ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยมีชื่อ ซึ่งตรงนี้ก็พิสูจน์ได้ว่า พวกเขาเหล่านั้น ตั้งใจเรียนและเก่งอยู่ในระดับที่ถือว่าดีทีเดียว และการที่เค้าเหล่านั้นได้สร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างก็เกิดจากการเรียนรู้และศึกษาแทบทั้งสื้น ถ้า มาร์ค ไม่เคยเรียนเขียนโปรแกรม และไม่ศึกษาก็ไม่มี facebook

การพบปะผู้คน

การพบปะผู้คนใหม่ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งภายใต้ความสำเร็จเช่นกัน เมื่อคุณมีเพื่อนใหม่ๆ คนรู้จักเยอะขึ้น ในวงการธุรกิจจะเรียกว่า Connection ซึ่นก็หมายถึงเราจะมีคนรู้จัก และคอยช่วยเหลือหรือสนับสนุนเรามากขึ้นนั่นเอง เช่นถ้าคุณขายของ หรือทำผลิตภัณฑ์ ออกมาบุคคลเหล่านี้แหละที่จะช่วยให้เราสามารถ กระจายของ หรือทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จัก หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือ เราในเรื่องต่างๆ

การลงมือทำ

เคยนั่งดูหนังชีวประวัติ ของ สตีฟ จ็อบ หรือ ของ มาร์ค กันไหมครับ มีอยู่จุดหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทั้ง 2 คนตั้งใจและลงมือทำความฝันที่ได้คิดขึ้นมาให้เป็นจริง มาร์ค ลงมือทำข้ามวันข้ามคืน อดหลับอดนอน ส่วนจ็อบออกแบบคิดไอเดียสำหรับเกมส์แรก แล้วให้เพื่อช่วยทำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันของเค้า แล้วเมื่อจ็อบ สร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ก็นำของออกขายด้วยตัวเอง นี่แหละครับคือการลงมือทำ

หุ้นส่วน

งานทุกอย่างไม่สามารถทำคนเดียวได้ ทุกสิ่งย่อมมีเบื้องหลังทั้งนั้น ในที่นี้ก็คือหุ้นส่วน อาจจะไม่ใช่เรื่องเงินแต่เป็นคนที่มีความฝันเดียวกัน มาช่วยกันสร้างฝันให้เป็นจริง อย่างเช่นมาร์ค ตอนเริ่มต้นก็มีเพื่อนช่วยคิดการคำนวน ช่วยด้านการตลาดช่วงแรก จ็อบมีเพื่อนช่วยเขียนซอฟแวร์ และ OS สำหรับใช้ใน MAC

สิ่งที่กล่าวไปข้างต้นเป็นสิ่งพื้นฐาน ในการสร้างธุรกิจ แต่ผมไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเงินนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้อยู่แล้วไม่มีใครเริ่มจาก ศูนย์จริงๆหรอกครับทุกอย่างต่างก็มีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงแรก การออกความคิด การลงมือทำ สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนทั้งนั้น

การบอกว่าไม่เรียนก็รวยได้ โดยเอาไอดอลที่ประสบความสำเร็จมาอ้าง แล้วไม่ยอมเรียน แต่ไม่เคยลงมือทำอะไรเลย สุดท้ายก็คงไม่มีอะไรที่ประสบความสำเร็จหรอกครับถ้าเราไม่ทำ ดังนั้นฝันอะไรไว้แล้วทำซะระหว่างที่เรียนอยู่ ถ้าสิ่งที่ทำสำเร็จแล้ว เราค่อยมาตัดสินใจว่าจะเรียนหรือไม่เรียนดี

 

About แอมป์

Programmer สาย OpenSource ถนัด WEB และ Mobile ในฝั่ง Apple

Check Also

ประกันสุขภาพ

เรื่องเล่าประสบการณ์ ประกันสุขภาพ

ขอออกตัวก่อนนะค …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!